นิทานเรื่อง กระต่ายน้อยในโลกประหลาด

cover page THe rabbit.png

เรื่อง The little rabbit in freaking world (กระต่ายน้อยในโลกประหลาด)

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ป่าที่อุดมสมบูรณ์เขียวขจี และแม่น้ำที่เป็นแหล่งชีวิตของเหล่าสรรพสัตว์ทั้งหลายที่อาศัยพึ่งพิง ณ ลานกว้างเต็มไปด้วยสีเขียวอ่อนของหญ้านุ่มๆ เต็มไปด้วยฝูงกระต่ายหลากสี ขนปุกปุย ละมุนนุ่มฟู บางตัวกระโดดเล่นกับเพื่อนๆ บางตัวก็ทำความสะอาดหูตัวเอง บางตัวง่วนอยู่กับการกินหญ้า

มีกระต่ายน้อยตัวนึง หน้าตาแปลกๆ ที่หน้าผากมีปานสีฟ้าและสีตัวต่างจากตัวอื่น มีจุดสีฟ้าที่หน้าผากตัดกับสีตัวที่ขาวเป็นสำลี  แต่ใต้ท้องเป็นสีดำ  ตั้งแต่เกิดปีเตอร์ไม่เคยสงสัย ไม่เคยถามใคร ว่าทำไมเกิดมาเป็นเช่นนี้  ไม่มีใครให้ถาม ใช่ มันกำพร้า มันโตได้จากการแบ่งปันของเพื่อนกระต่ายด้วยกัน จากสัตว์ตัวอื่นแวะเวียนมาเลี้ยงดูมัน

เมื่อเติบโต ปีเตอร์มีนิสัยร่าเริง ขี้เล่น กระโดดได้ทั้งวันไม่มีเหนื่อย เป็นมิตรกับกระต่ายตัวอื่นๆ และสัตว์อื่น ทำให้สัตว์อื่นรักและอยากอยู่ใกล้ เพราะทัศนคติบวกของปีเตอร์ ที่ไม่เคยคิดร้ายกับใคร ไม่เคยคิดว่าตัวเองแตกต่างจากฝูง  ไม่เคยลดคุณค่าตัวเองด้วยการดูถูกตัวเอง

แสงสีทองในเช้าวันใหม่ ออกมาทักทายเหล่าฝูงกระต่าย ด้วยไอแดดอ่อนๆ สายลมแวะเวียนมาเป็นระยะ กลิ่นหญ้าอ่อนโยกย้ายไปมาตามสายลมเหมือนคู่รักเต้นรำกันกลางปราสาท เหมือนเช่นทุกวัน ปีเตอร์ก็ออกมาเล่นที่ทุ่งหญ้าพร้อมกับกระต่ายตัวอื่นๆ ระหว่างนั้นเอง  ปีเตอร์เห็นพุ่มไม้ไหว  ไหว  ด้วยความสงสัย จึงกระโดดเข้าไปดูใกล้ๆ ด้วยความไม่ระวังตัว คิดกับคนอื่นในแง่บวกตลอดมา วันแห่งความสุขของปีเตอร์ก็จบลง

ทันใดนั้น เงาดำมหึมา ค่อยคืบคลานเข้ามาอย่างเชื่องช้าๆ  เสียงแหวกหญ้าค่อยๆ ดังเข้ามาใกล้กระต่ายน้อย ดวงตาของปีเตอร์ เปิดกว้างด้วยความตกใจสุดขีด  เมื่อจะขยับก็เหมือนพื้นเต็มไปด้วยกาว  ขาทั้งชา และขยับไม่ได้ด้วยความกลัว  ตุ๊บ ตุ๊บ ตุ๊บ เสียงหัวใจเต้นถี่และแรงเร็ว เลือดสูบฉีดไปทั่วร่างเล็กๆ  ตุ๊บ ตุ๊บ ตุ๊บ จนดังออกมาทั่วบริเวณนั้น ปีเตอร์เริ่มหายใจติดๆ ขัดๆ  เหมือนตอนเล่นซ่อนแอบแล้วกำลังจะถูกจับได้

.

” ทำยังไงดี  ไม่ทันแล้ว ฉันตายแน่ !!! ” ความคิดปีเตอร์ พูดวนซ้ำ ย้ำในใจ ก็ยิ่งทำให้ระบบหายใจขัดมากขึ้น มากขึ้น   ปีเตอร์รู้ดีว่าถ้าขยับแม้แต่ก้าวเดียวได้อาศัยอยู่ในท้องแทนทุ่งหญ้าแน่นอน สัญชาตญาณในตัวบอก มันจะดีกว่า ถ้ายืนนิ่งๆ ใจดีสู้ ในขณะที่กระต่ายน้อยยืนตัวสั่นเหมือนว่ายน้ำที่ขั๋วโลกแล้วยืนเปลือยบนยอดเขาเอลฟ์

.

ทันใดนั้นเอง งูพิษหลากสีสันค่อยๆ เลื่อยออกมาจากพุ่มไม้ ลำตัวที่ใหญ่กว่าท่อนกิ่งไม้สองท่อนมัดรวมกัน  ความยาวไม่ต้องพูดถึงเพราะ ปีเตอร์มองเข้าไปด้านหลังพุ่มไม้  ยังมองไม่เห็นปลายหางของงูพิษ เพราะมันอยู่ไกลมากไม่ต่ำกว่าห้าเมตร ใช่มันคืองูพิษลูกผสมระหว่าง Atheris squamigera* (สายพันธุ์ที่สวยที่สุดในโลกตามที่กูเกิลบอก) + Green Anaconda* (สายพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกมีความยาวตั้งแต่ 6 เมตรหนัก 200 กิโลกรัมขึ้นไป) ด้วยระยะที่ไม่ไกล มันสามารถฝังเขี้ยวพิษด้วยความเร็วเพียงพริบตา และได้มื้อกลางวันแบบสบายๆ  แต่ทันใดนั้นเอง

งูพิษยักษ์สีสวยกระซิบด้วยเสียงอันแผ่วเบา และเยือกเย็นว่า ” สบายดีมั้ย กระต่ายน้อย นายชื่ออะไรล่ะ “

.

ระหว่างที่เจ้างูพิษกับกระต่ายกำลังจะเข้าสู่ฉากความเป็นความตาย   ซึ่งห่างจากจุดที่สัตว์สองตัวกำลังคุยกัน  ก็มีกระต่ายอีกตัว มองมาทางสัตว์สองตัวอยู่ไกลๆ  และสงสัยว่ากระต่ายกับงูกำลังคุยอะไรกัน ทำไมกระต่ายตัวนั้นไม่โดนงูกิน จึงเฝ้ามองอย่างสงสัย หูมันตั้งแบบไม่ต้องสั่ง พยายามเก็บทุกรายละเอียดเสียงจากระยะไกล

.

เจ้างูพิษเหลือบไปเห็นจึงคิดแผนร้ายกาจได้  จากนั้นงูก็เอ่ย ” วันนี้อากาศดีจังเลยนะ  ฉันชื่อเวรอน ฉันไม่ค่อยมีเพื่อนเลย  เธอจะรังเกียจฉันมั้ย   ถ้ามาเป็นเพื่อนกับฉัน  ฉันรู้ดีว่าฉันน่ากลัว เธอคงไม่อยากคบฉัน ใช่มั้ย ” เวรอนตัดพ้อในรูปร่างและชะตากรรมของตัวเอง

.

หลังจากปีเตอร์ได้ยินคำขอเป็นเพื่อนจากเวรอนงูพิษหลากสี เห็นที ถ้างูพิษตัวนี้จะกินเราจริงๆ คงไม่มาเสียเวลาพูดจาอะไรไร้สาระ  ให้น้ำย่อยๆ กระเพาะตัวเอง ปีเตอร์ ตอบไปว่า ” ทำไมเธอ ถึงคิดลบกับตัวเองเช่นนั้นล่ะ การที่เธอสีสวยไม่ได้แปลว่าเธอเป็นคนใจร้าย และฉันรู้ดีว่าถ้าเธอจะกินฉันจริงๆ เธอกินฉันไปนานแล้ว ใช่มั้ย ” ปีเตอร์ยืนยันทัศนคติบวกของตัวเอง

.

เมื่อเวรอนได้ยินปีเตอร์มีความคิดทัศนคติที่บวก ก็ยิ้มกว้างมากพอเขมือบกระต่ายทั้งตัว แววตาสัตว์เลือดเย็นเป็นประกาย แล้วตอบว่า ” ขอบใจมากนะ ปีเตอร์ วันนี้ฉันมีความสุขมากเลย วันหลังเจอกันใหม่นะ ” จากนั้นก็เลื่อยจากไปในพุ่มไม้สีเขียว

.

กระต่ายตัวที่สังเกตการณ์เมื่อเห็น งูไม่กินกระต่าย จึงมีความคิดว่า ” มันต้องไม่ธรรมดา ต้องมีอะไรผิดปกติแน่นอนเลย  สองตัวนี้ต้องมีแผนชั่วร้ายแน่ๆ ” หลังจากสรุปความคิดตัวเองแล้ว ก็รีบกระโดดไปหาฝูงบอกทุกตัวว่า ปีเตอร์ร่วมหัวคบคิดกับงูพิษ เพื่อเรียกงูพิษมากินพวกเรา ตัวมันจะได้รอด ” เมื่อฝูงกระต่ายได้ยิน จึงโกรธแค้น บางตัวได้ยินยังไม่ทันจบเรื่องก็รู้สึกโกรธแค้นไปด้วย ทั้งฝูง เริ่มทำตัวออกห่าง ไม่คุย ไม่เล่น แม้แต่มองยังไม่มอง เหมือนแต่ก่อน

.

” มันแปลกไปนะ เกิดอะไรขึ้นเนี่ย ”  ปีเตอร์เริ่มสงสัย ทำไม เพื่อนกระต่ายจึงทำตัวแปลกๆ ไม่ทักทายเหมือนก่อน กระต่ายน้อยจึงเข้าไปถาม

” สวัสดี โรบเรามาเล่นกัน ” โรบกระต่ายเพื่อนสนิทปีเตอร์ ทำเป็นไม่ได้ยินและกระโดดไปทางอื่น โดยไม่ตอบอะไรซักคำ ทิ้งเครื่องหมายสงสัยไว้บนหัวกระต่ายน้อยที่หน้าสงสาร

หลังจากนั้น ปีเตอร์จึงถามเพื่อนกระต่ายตัวอื่นว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่มีตัวไหนตอบ ยิ่งทำให้ความสงสัยหนักขึ้น หนักขึ้น ไปเรื่อย เหมือนก้อนหินเท่าภูเขาทับอยู่ที่อก ความอึดอัดคับข้องใจมันเพิ่มทวีขึ้นเป็นเท่าตัว ตามวันเวลาที่ล่วงเลยไป ปีเตอร์ถามตัวเองทุกวันว่า มันเกิดอะไรขึ้น กับฉัน !!!!

.

ปีเตอร์เริ่มมีอาการซึมเศร้า  เบื่อหน่าย  ไม่ออกไปหาอาหาร ไม่ออกไปเล่น ไม่ออกไปแม้กระทั่งโดนแสง จากขนที่เคยปุกปุยน่ารักนุ่มขาวสวย  เริ่มเกาะกันเป็นก้อน น่ารังเกลียด ส่งกลิ่นเหม็น ดวงตาสีแดงที่เคยสดใสก็หม่นมัวและเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง ความรู้สึกดีๆ ทัศนคติดีๆ มันหายไปหมด แทนที่ด้วยความสงสัย ทัศนคติบวกที่เคยแข็งแรงกลับอ่อนแอเหมือนลูกกระต่ายเพิ่งคลอด และเฝ้าถามตัวเองว่าทำไม ทำไม ทำไม ฉันทำอะไรผิด ฉันทำอะไรไม่ดี

ผ่านไปประมาณ 1 สัปดาห์ ทุกอย่างเหมือนเดิม บ้านปกคลุมไปด้วยความสงสัยและความเศร้าซึม

” ก๊อก ก๊อก “

“นั่นใคร วันนี้ฉันไม่อยากพบใคร” ปีเตอร์ตอบสวนเสียงเคาะประตู

” ฉันเวรอนเอง ปีเตอร์ นายเป็นอะไร ” เวรอนตอบ

มีแต่ความเงียบ ที่ตอบกลับเสียงเจ้างูยักษ์ ไม่มีแม้แต่เสียงลม ทุกอย่างเงียบ จนได้ยินเสียงหัวใจดังออกมา

( ติดตามตอนต่อไป )

Advertisements