คิดช้า ไม่ได้แปลว่า คิดไม่ได้

Posted on Updated on

ผมเป็นคนนึงที่มี โฆษณา อยู่ในทุกๆ รูขุมขน และกระสัน คันความคิด อยากปล่อยของ แต่…ผมไม่สามารถสานฝัน และไม่กล้าพอที่จะเดินตามทางที่ตัวเองอยากเป็น เพราะข้ออ้างงี่เง่าๆ ที่ก่อตัวอย่างช้าๆ จนโตเป็นก้อนมะเร็งระยะ 4 ในความกล้าขอผม เรื่องจะเป็นอย่างไร กระเถิบมาใกล้ๆ เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟัง…

ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2540 ตอนนั้น ผมเรียนอยู่ปี 2 ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง เรื่องโฆษณาเหรอ ผมยังไม่รู้เดียงสากับวงการโฆษณาเลยแม้แต่นิด มันคืออะไร ทำประโยชน์อะไร รู้แค่อยากเป็นนักโฆษณา อยากคิดไอเดียดีๆ เป็น  ดูแล้วงานน่าจะสนุก ทำแล้วต้องมันส์ๆ ต้องเท่ห์ๆ  ต้อง… ต้อง… จนวันนึงมีงานประกวด B.A.D. workshop  ตอนนั้นยังไม่รุ้จักกับ B.A.D. รู้แต่ว่าจะไป Agency ไหน คนโฆษณาดังๆ ชื่ออะไร เหมือนเด็กปัจจุบันที่ชอบ คลั่ง บ้า และอินสุดโตง กับทุกๆ ความเป็นกิมจิ  ผมก็บ้าเหมือนกัน ตอนนั้นดูงาน Ad ของไทย และเทศ ดูจนรู้ว่างานใครลอกใครมา แอบเปลี่ยนตรงนั้นนิด บิดๆ ตรงนี้หน่อย แล้วเป็นของกรู (ขอไม่เอ่ยนะครับ) ผมรู้จักคำว่า “เผางาน” ก่อนที่จะรู้จัก “งานที่ดีเป็นอย่างไร ขณะนั้นผมโหยหาวิชา โฆษณา มากๆ อยากเรียนแม่ง 7 วันๆ ละ 8 ชม. ไม่เคยกลัวคำด่า วิจารณ์ หรือคำดูถูกจากคนรอบข้างแม้แต่น้อย อาจารย์ที่สอนและแนะนำให้รู้จัก B.A.D. ขณะนั้นเป็นอาจารณ์พิเศษมาจากเอเจนซี่ ชื่อ อาจารย์ธูป (ชื่อจริงผมจำไม่ได้ ขออภัยด้วยนะครับพี่ธูป) สอน วิชา copy writer  ขออนุญาติเรียก “พี่ธูป” นะครับ  ตอนนั้นพี่ธุปก็ประกาศว่าใครสนใจลองไปสมัคร B.A.D. เพื่อเป็นประสบการณ์

ผมและเพื่อนๆ อีกหลายคนก็ไปลองดู  ครั้งนี้เป็นครั้งพิเศษกว่าครั้งก่อน เพราะว่าปกติเค้ารับ 20 คน แต่ครั้งนี้รับ 60 คน (เป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย)  เงื่อนไขการประกวดเลยเปลี่ยนจากเดิม คือ เดิมรับบรีฟวัน ส่งอีกวัน แต่ครั้งนี้รับบรีฟเช้าส่งเย็น 17.00น.ที่ มหาวิทยาลัยศิลปากร (วังท่าพระ) หลังจากนี้ไม่ต้องส่ง      หลังจากที่ได้บรีฟ ก็ไปนั่งคิดที่มหาวิทยลัยธรรมศาสตร์ กับเพื่อนอีกคน ไร้ความเครียด ไม่บีบสมอง  ไม่เค้นไอเดีย ปล่อยตัวเองเริงร่ามองสาวๆ ใน มหาลัยธรรมศาสตร์ หันไปมาจนคอเคล็ด ครั้งนั้นโจทย์ง่ายๆ (มั้ง) ว่า “ปี พ.ศ.3000 คนไทยครองโลก แต่ผลเสียที่ได้คือ ผู้ชายทั้งประเทศต้องออกไปตายจนหมดสิ้น ผลกระทบที่ร้ายแรงอีก 5 ปี ข้างหน้า คนไทยจะสูญพันธุ์ แต่หนทางยังไม่หมด เรายังเหลือเกย์ และกระเทยที่ยังไม่แปลง อีกจำนวนนึงเหลืออยู่ โจทย์มีอยู่ว่า ให้ทำ print ad จะเดี่ยวหรือแคมเปญก็ได้ รณรงค์ให้เพศที่สาม กลับใจหันมาเป็นชายแท้ ”

ตัดตอนมาถึงตอนที่ได้เข้ามา BAD workshop เลยละกัน เดี๋ยวจะเบื่อกันซะก่อน ถ้าจำไม่ผิดเรียนทุกวันเสาร์ เป็นเวลา 3 เดือนมั้ง ไม่แน่ใจ มันนานมาแล้ว ระหว่างเรียนก็รู้สึกได้เลยว่าเราคิดช้า ไม่ได้ความ ไม่โดน ไม่น็อค มะเร็งความคิดก็เริ่มก่อตัวตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา

เสียงเล็กๆ ออกมาทุกครั้ง ที่ต่อมสร้างสรรค์ผมเริ่มทำงาน  ในที่สุดขนาดน้ำหยดทุกวัน ยังเซาะกัดหินได้ นับภาษาอะไรกับความฝันที่อ่อนแอ ขี้แพ้อย่างผม      เสียงเล็กๆ ในหัว ยังคงตอกย้ำความ Chipหาย ให้กับเจ้าของว่า ” มึงคิดช้ากว่าคนอื่น 1 นาที จะไปสู้ใครได้   !!!  จะไหวเหร๊อ !!!  มีปัญญาทำ port เหร๊อคิดแบบนี้ !!! port แบบนี้เด็กอนุบาลแม่งยังทำได้ดีกว่าเลย !!! โห  นี่กูใช้หัวล่างคิดได้ดีกว่ามึงอีก !!! คำเหล่านี้เป็นเพียงเศษเสี้ยวของการตัดพ้อจากมนุษย์ด้วยกัน  ความรู้สึกผมเหมือนนักเตะ ที่ถูกเสียบจนขาหัก ขาดความมั่นใจทุกครั้งที่ลงเตะ  ผมเริ่มรู้ตัวว่าผมไม่เหมาะกับโลกแห่งไอเดียนี้ ตอนเรียน BAD ปี 1998 ทรัพยากรในสมองมีน้อย ประสบการณ์ชีวิตน้อย จึงส่งผลให้เรื่องเล่า และไอเดียจึงน้อยตาม

หลังจากนั้นผมเลยเบนเข็มไปเรียน e-Commerce โดยในใจก็ยังแอบคิดว่าหากกูมีโอกาส กูจะต้องใส่ไอเดียเข้าไปให้โลกรู้  ตอนเรียนก็แอบดูงาน Ad ต่างประเทศ โดยเฉพาะ Australia ผมมีโอกาสได้อยู่ 3 ปี จึงเสพ (ศิลปะ + Ad) ทุกอย่างมากเท่าที่จะทำได้ เพราะต้องล้างจาน และอ่านหนังสือ ทำรายงาน   ผมได้เรียนรู้แนวคิดของคนออสซี่ ได้เห็น Adดีๆ  Adมุขควายกันอย่างไม่อายฟ้า เช่น AD TVC ของ JB hifi เป็นร้านขายพวก CD เพลง เค้าเปิดฉากด้วยโลโก้เค้าสีดำพื้นเหลือง หลังจากนั้น ปาก้อนหินใส่กระจกที่สกรีนโลโก้ JB HiFi  แล้วผู้บรรยายก็บอกว่า ทุบราคากันอย่างยิ่งใหญ่  และชิ้นงานอื่นๆ อีกเยอะแยะ ไม่ใช่งานเค้าไม่ดี นะครับ เพราะผมจำได้ถึงบัดนี้ แปลว่าไม่ธรรมดา Big idea จริงๆ

( To be continue soon )
( มีภาค 2 ต่อ เร็วๆ นี้ครับ )