ว่างงาน หรือตกงาน ?

Quote Posted on Updated on

วันแรกของการว่างงาน(อีกครั้ง)  การว่างงานครั้งแรกใรชีวิตผม เกิดจากอีโก้ที่ได้มาจากความโง่เขลา คิดว่าตัวเองจบเมือนนอกมาแล้วต้องได้เงินเดือนสูงๆ ทุกครั้งที่ลดค่าตัว แล้วไปปรึกษาคนอื่นที่เค้าจบเมืองนอกเหมือนกัน มีแต่คนยัดคำว่า “โง่” เป็นคำปลอบใจ  เพราะเราจบมาตั้งเมืองนอก ภาษาดีกว่า ทำไมเรียกเงินแค่นี้  ผมไม่โทษคำเหล่านี้ที่ทำให้ผมสับสนในตอนนั้น ไม่มีความมั่นใจ  คิดแบบมีเคลือบอีโก้ไว้หนาเตอะ ทำให้ว่างงานประมาณ 2 เดือน แต่การว่างงานของผม ไม่ได้นั่งรอความหวัง  ไม่ได้นั่งแบมือขอเงินที่บ้าน  ไม่ได้สร้างปัญหาสังคม แม้แต่คิดจะปล้นธนาคารก็ไม่เคยซักวินาที   หลังจากที่ได้งานครั้งนั้นแล้ว ทำให้ผมได้เรียนรู้ว่า ความเครียดที่ก่อตัว ความฟุ้งซ่านที่พร่านไปทั่วทั้งกายหยาบและจิตวิญญาณ ไม่ได้ไปกระตุ้นบริษัทใดโทรเรียกไปสัมภาษณ์เลย

 

มาถึงวันนี้ วันที่เลือกเดินทางตามใจตัวเอง ผมเลือกทำงานบริษัทเล็กๆ ที่มีคนรู้จักทำงานอยู่ชวน ซึ่งผมมีความคิดว่า ผมจะได้เรียนรู้การทำธุรกิจแบบนี้เพื่อเป็นต้นแบบในการทำของตัวเองต่อไป แต่หนังยังไม่ทันจบ คนดูก็ลุกขึ้นกลับบ้านแล้วครับ   บริษัทขาดทุนต่อเนื่อง คนที่แจ็กพ็อตคนแรกที่ต้องได้รับผลกระทบก่อน ก็คงเป็นคนที่เงินเดือนมากที่สุด หรือไม่ก็ตำแหน่งงานสูงในบริษัท

ผมรู้ตัวเมื่อปลายเดือน ก.ค. 59 สัญญาณไม่ค่อยดีเริ่มค่อยปรากฏ ตามสูตรของวัฏจักรโลกออฟฟิต  งานที่ทำไม่คืบหน้า แก้ซ้ำแล้วซ้ำอีก หลายคนเริ่มมองว่าเจ้านายรึเปล่าที่เป็นตัวปัญหา แต่สำหรับผมแล้ว ผมมองตัวเองก่อน ในฐานะที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของ 7-11 ที่นั่นสอนผมแบบจำลึกสุดกระโหลก เกิดปัญหาทุกครั้งอย่าชี้นิ้วไปข้างหน้า จงชี้เข้าหาตัวเองก่อน พิจารณาก่อนว่าเราทำอะไรไม่ดี ทำอะไรไม่ถูก  ทำอะไรผิดพลาด ถึงเกิดปัญหาขึ้น พิจารณาอย่างละเอียด จนผมได้ขอสรุปว่า ผมทำงานแนวทางไม่ตรงกับหัวหน้า ดังนั้น เมื่อความเห็นไม่ตรง ก็คงทำงานด้วยกันลำบาก แต่เรามืออาชีพพอ งานส่วนงาน หากแต่เป็นเรื่องส่วนตัว หัวหน้าผมก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรมากมาย  ไม่เคยด่าใครเสียๆ หายๆ  เมื่อทำงานกันไม่ได้  คงไม่ต้องบอกว่าใครต้องออกจากบ้าน AF นะครับ

 

เมื่อสิ้นสุดคำพูดว่า “ขอให้คุณไปหางานใหม่ เพื่อช่วยบริษัทที่ประสบปัญหายอดขายตกต่ำต่อเนื่อง”  โมเม้นนั้น ผมรู้สึกนิ่งมาก ไม่มีความรู้สึกเครียด ไม่กดดัน  ไม่มีคำตอบใดๆ ซึ่งในตอนนั้นเราคิดว่า เดี๋ยวเราก็ได้งานใหม่ ถ้าไม่ลดละ และคงทัศนคติบวกอย่างต่อเนื่อง ไม่มีคำว่า เป็นไปไม่ได้   ตั้งแต่วันนั้น ผมเริ่มสมัครงานอย่างต่อเนื่อง แต่จะเน้นงาน เน้นบริษัทที่ต้องการจริงๆ

 

เพิ่งผ่านมาได้ 5 วัน  จิตใจผมยังคงนิ่ง และไม่ฟุ้งซ่าน  มันเป็นเวลาที่ดี สำหรับการเซทอัพและรีเฟรชสมองใหม่  เพื่อให้พร้อมกับสิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคต สิ่งที่ต้องการจะทำแล้วไม่ได้ทำ ก็จะเริ่มทำมันวันนี้แหละ ทำมันให้หมด ก่อนจะไม่มีโอกาสแม้แต่จะ คิด

มันไม่ใช่วันที่สิ้นสุด

แต่ผมว่า

ผมกำลังเริ่มต้นกับสิ่งที่ยิ่งใหญ่…เร็วๆ นี้

 

 

 

 

 

มารู้จักรถตักล้อยาง กันแบบหมดเปลือก

Posted on Updated on

SEM

 

รถตักล้อยางคืออะไร
รถตักล้อยาง ประเภทของเครื่องจักรหนักที่ใช้ในการก่อสร้าง รวมทั้งงานอื่น ๆ อีกมากมายที่ไม่ใช่งานก่อสร้าง

รถตักล้อยางคืออะไร

 รถตักล้อยางเป็น ประเภทของเครื่องจักรหนักที่ใช้ในการก่อสร้าง  รวมทั้งงานอื่น ๆ อีกมากมายที่ไม่ใช่งานก่อสร้าง  มันมียางขนาดใหญ่ที่ทนทาน  ดอกยางที่ขรุขระช่วยให้มีความคล่องแคล่วดี  ประเภทของรถตักล้อยางที่พบมาก ได้แก่  รถตักล้อยาง ขนาดมินิ รถตักล้อยางขนาดเล็ก  รถตักล้อยางขนาดใหญ่  และรถตักล้อยางขนาดซุปเปอร์

เครื่อง จักรชนิดนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงของรถแทรกเตอร์และถูกออกแบบมาสำหรับการทำงาน ที่ลำบากมากขึ้น  ความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดสามารถเห็นได้จากระบบพวงมาลัยของมัน  ระบบพวงมาลัยของรถตักล้อยางส่วนใหญ่จะใช้ระบบไฮโดรลิคกระตุ้นจุดหมุน  ซึ่งจะช่วยให้เพลาด้านหน้าและด้านหลังทนน้ำหนักมากกว่าระบบพวงมาลัยของรถยนต์

ชมการสาธิตได้ที่ http://www.youtube.com/watch?v=hjg6_ZVqSrQ

 รถตักล้อยางมี ถังสี่เหลี่ยม  เรียกว่า  บุ้งกี๋  ซึ่งจะบังคับโดยใช้แขนที่มีความยืดหยุ่น  บุ้งกี๋มีทั้งถาวรและแบบติดตั้งยึดด้านหน้าหรือด้านหลังของเครื่อง  เครื่องจักรบางชนิดเช่น  รถแบ็คโฮจะมีถังอยู่ด้านหน้าและมีแบ็คโฮอยู่ด้านหลัง  เครื่องจักรชนิดนี้สามารถที่จะขุดได้ด้วยแบ็คโฮและกำจัดเศษวัสดุได้ด้วยบุ้ง กี๋
            รถตักล้อยางได้ เปรียบมากกว่ารถตักชนิดตีนตะขาบ  เพราะมันจะใช้งานได้ง่ายบนถนนและสภาพแวดล้อมมีความละเอียดอ่อน  รถตักชนิดตีนตะขาบน่าจะเหมาะกับงานที่เกี่ยวข้องกับการขุด  อย่างไรก็ตามเนื่องจากรถที่มีล้อไม่สามารถที่จะขุดนอกพื้่นถนนได้โดยไม่ติด  เมื่อมีงานที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งหรือการขุดน้ำตื้นๆ  รถตักล้อยางจะเป็นสิ่งที่อันตรายน้อยกว่า  ดังนั้นจึงมีประสิทธิภาพมากในระยะยาว

Crd: OK Nation Blog / http://www.mts.co.th

Good bye Steve Job – ลาก่อนบุรุษที่โลก (digital) ไม่มีวันลืม

Posted on

Steve job dead
Steven P. Jobs 1955 – 2011

Steve I’d like to thank you for your creation and have done many incredible technologies on simply  even though I don’t have your product in my life but I can feel them all the time because people around the world talk about you and your product. Moreover, your thinking, your idea, your philosophy and your inspiration will be in this world from now on and forever.

From my deeply sadness
Thanee W.

Biography ( credit by http://en.wikipedia.org/wiki/Steve_Jobs )

Born Steven Paul Jobs
February 24, 1955[1]
San FranciscoCaliforniaUSA[1]
Died October 5, 2011 (aged 56)
Palo AltoCaliforniaUSA
Cause of death Pancreatic cancer [2]
Alma mater Reed College (one semester in 1972)
Occupation ChairmanApple Inc.
Years active 1974–2011
Net worth increase$8.3 billion (2011)[3]
Board member of The Walt Disney Company,[4]Apple, Inc.
Religion Buddhism[5]
Spouse Laurene Powell Jobs
(m. 1991–2011; his death)
Children 4
Relatives Mona Simpson (sister)
Signature

Apple product History

Dylan Dog Dead of Night

Posted on Updated on

Director: Kevin Munroe
Stars: Brandon RouthAnita Briem Peter Stormare Taye Diggs and Sam Huntington
Type : Comedy | Horror | Mystery |

(ต่อไปนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวล้วนๆ ห้ามนำข้อมูลไปอ้างอิง)

เป็นอีกหนึ่งเรื่อง ที่รู้สึกว่าคุ้มค่าเงิน สำหรับเรื่องนี้ชื่อไทยว่า “รัตติกาล ถล่มมารหมู่อสูร ” หรือ ” Dylan Dog Dead of Night ”  มี 3 รส ทั้งตลก น่ากลัว และเต็มไปด้วยปริศนา ยากเกินกว่าจะคาดเดา (ความคิดผมนะ) การกลับมาอีกครั้งของนักแสดง Brandon Routh เจ้าของกางเกงในแดง “SUPERMAN RETURN” รับบทเป็นนักสืบเอกชนที่ไขคดีการตายอย่างปริศนาให้กับลูกค้าสาวแสนสวยอลิซาเบธท์ (รับบทโดย : Anita Briem) ซึ่งเรื่องนี้เต็มไปด้วย ซอมบี้ ผีดูดเลือด และมนุษย์หมาป่า แถมยังมีเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ สำหรับทำความเข้าใจธรรมชาติผีดูดเลือด และมนุษย์หมาป่าตลอดทั้งเรื่อง เพราะหากคุณเป็นพวกเกลียดหนังเกี่ยวกับปีศาจเขี้ยวยาวทั้ง 2 ฝั่งแล้ว อย่าไปดูให้เสียเวลาครับ ไปดูเรื่องอื่นเชื่อผม

 อีกจุดหนึ่งที่ผมอยากจะชวนคุณโฟกัสเป็นพิเศษ คือการเล่าเรื่องครับ ส่วนตัวผมชอบการเล่าเรื่องแบบนี้ เดายากๆ (บางคนอาจจะร้อง ออ ตั้งแต่เริ่มต้นไป 30 นาที ก็ได้) การเก็บข้อมูลตามสถานที่ต่างๆ มาวิเคราะห์เพื่อหาคำตอบในการไขปริศนา

ฉาก Action เป็นช่วงๆ เพื่อไม่ให้คนดูเบื่อง่วงนอน ไม่มีอะไรพิเศษ ไม่ต่อยนาน ไม่มีท่าเยอะ เฉยๆ

ซึ่งมุขฮาทำได้พอประมาณ ไม่ทำให้เรืองเสียอรรถรสของแก่นหลักของหนัง  หากใครคาดหวังว่าจะมีฉากเซ็กซี่ในหนังที่มีผีดูดเลือดเกี่ยวข้อง อย่าหวังครับไปดูเรื่อง SEX and Zen จะตอบความต้องการของคุณได้มากกว่า

ส่วน Special Effect ทำได้ดีระดับนึง แต่ไม่ค่อยประทับใจครับ  ผมคงไม่ลงรายละเอียดเรื่อง แต่จะบอกว่าเอฟเฟ็กที่ใช้ ไม่คุ้มค่าเลย ทำมาตั้งนานให้โชว์แป๊บเดียว ฉากต่อสู้ยังไม่ประทับใจ ความยิ่งใหญ่ รุนแรง ยังทำได้ไม่ดี

เสียใจด้วยครับ ผมไม่ให้คุณผ่าน ครับ ! (ว่าไปนั่น)

อย่างไรก็ตามหากรวมๆ กันแล้วก็เป็นหนังที่น่าดูอีกเรื่อง ดีแล้วที่ออกมาก่อน transformer 3 หากออกมาชน ผมว่าเละแน่ๆ หรือไม่อาทิตย์แรกยอดเละถล่มถลาย อยากฝากผู้อ่านว่า ตอนนี้จะดูหนังเรื่องอะไรต้องเลือกดูนะครับ บัตรมันแพง จะดูหนังแผ่นจริงก็รอแสนนาน ไม่ต่างจากกินข้าวเย็นๆ ที่เพิ่งออกจากตู้เย็น หรือแผ่น ZOOM ก็เหมือนกับกินอาหารขยะเปียกสดๆ ทั้งภาพและเสียง เน่าทุกอย่าง

ไม่ว่าคุณจะเลือกดูหนังตามผู้กำกับ นักแสดงที่ชื่นชอบ , หนังตัวอย่าง (โดนหลอกมาเยอะ), หนังตัวอย่าง (บางเรื่องก็เอาหัวใจมาเปิดหมดจนจบได้ในหนังตัวอย่าง) หรือชื่อเรื่อง (คงมีน้อยที่จะดูหนังเพระาชื่อ)ก็ตาม ก็อยากให้ตอบคำถามตัวเองก่อนว่าจะเอาอะไรกับหนังเรื่องนี้ หากคุณไม่ได้คิดอะไรเลยก่อนเข้า หรือเลือกชม ก็จงอย่าไปวิจารณ์อะไรมาก เพราะคุณไม่ได้คาดหวังอะไรจากเรื่องที่จะไปชม ดูหนังดีๆ แล้วได้ประโยชน์ครับ

ข้อมูลจาก http://www.imdb.com/title/tt1013860/
The small world

Promote Your Page Too

แกลเลอรี่แจ่มๆ ในเมืองกรุง…

Posted on

หอศิลป์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ บิ๊กเนมบนถนนราชดำเนิน http://www.queengallery.org

100 ต้นสนแกลเลอรี่
แกลลอรี่สุดฮิป ศิลปินไทยและเทศจะคิดถึงเป็นตัวเลือกแรกๆ http://www.100tonsongallery.com

44 อาร์ต แกลเลอรี่
แม้ว่าที่ ถ.จักรพงษ์ มีชาวต่างชาติเดินผ่านเป็นประจำ แต่ที่นี่เน้นงานศิลปะไทยเป็นหลักจ้า http://www.44artsthailand.com

หอศิลป์ร่วมสมัยอาร์เดล
ที่น่าสนใจคือ มีผลงานเด็กจากชั้นเรียนศิลปะของที่นี่ด้วย
http://www.ardelgallery.com

Art Gorrillas แกลเลอรี่ และ Whitespace แกลเลอรี่
แกลเลอรี่คู่แฝดที่ตั้งข้างกันหลังโรงหนังลิโด บรรยากาศชิลล์ชิลล์ที่เด็ก”หยามควรแวะ http://www.myspace.com/artgorillas และ http://www.whitespaceasia.com

ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพฯ
รวมงานประติมากรรมโดดเด้งไว้มากที่สุดในประเทศไทย http://www.bangkoksculturecenter.org

Carpediem
เน้นงานศิลปะอาเซียน ไปดูได้ที่ตึกร่วมฤดีจ้า…
http://www.carpediemgallery.com

HOF Art แกลเลอรี่
เจ้าของเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ไฟแรง อยู่แถวๆ ซอยวิภาวดีรังสิต 16/32 http://www.hof-art.net

ศูนย์ศิลปะบ้านจิม ทอมป์สัน
ตรงซอยตรงข้ามสนามกีฬาแห่งชาติ มีงานศิลปะดีๆ ทั้งของไทยและเทศมาสร้างความตื่นตาให้เราเสมอ
http://www.jimthompsonhouse.com

Kathmandu แกลเลอรี่
มีเจ้าของอย่างช่างภาพชื่อดังคุณมานิตย์ ศรีวานิชภูมิ คอยดูแล
http://www.kathmandu-bkk.com

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถ.เจ้าฟ้า
แกลเลอรี่ยักษ์ใหญ่ ที่มีงานนิทรรศการศิลปะอย่างสม่ำเสมอ อ้อ ! ที่นี่มีตลาดนัดศิลปะด้วย

หอศิลป์ตาดู
นี่คือแกลเลอรี่ชั้นสูงโดยแท้ เพราะตั้งอยู่บนตึกโชว์รูมบาร์เซโลนา มอร์เตอร์ ชั้น 7 ! http://www.tadu.net

หอศิลป์ ม.กรุงเทพ (กล้วยน้ำไท)
นี่คือหนึ่งในหอศิลป์ที่ใหญ่และดีที่สุดของไทย เน้นงานของคนรุ่นใหม่ พอๆ กับงานระดับนานาชาติ
http://www.bu.ac.th

ศูนย์ศิลปะจุฬาลงกรณ์ และหอศิลป์จามจุรี
แวะเข้ามาดูความสวยงามของงานศิลปะที่รั้วชมพูบ้างก็ดีนะ http://www.car.chula.ac.th/art/ และ http://www.jamjureegallery.org

หอศิลป์ ม.ศิลปากร (วังท่าพระ)
เต็มอิ่มไปด้วยงานของทั้งนักศึกษา ศิษย์เก่า และอาจารย์ของที่นี่ อ้อ ! รวมถึงศิลปินรับเชิญจากที่อื่นด้วย http://www.art-centre.su.ac.th/buggallery

Ver แกลเลอรี่
แกลเลอรี่ริมน้ำ ในคลองสานพลาซ่า ที่มีเจ้าของเป็นคุณฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช ศิลปินที่ได้รับรางวัลศิลปาธรในปีนี้ http://www.verver.info

The Pikture Gallery
แกลเลอรี่ที่เน้นภาพถ่ายขาวดำแนวไฟน์อาร์ต เป็นของหนุ่มหล่อ คุณเค-อานนท์
ฮุนตระกูล ไปกรี๊ดกันได้ที่ซอยสุขุมวิท 49/1
http://www.pikturegallery.com

Art Republic แกลเลอรี่ http://www.artrepublicbkk.com

H แกลเลอรี่ http://www.hgallerybkk.com

No.1 แกลเลอรี่ http://www.number1gallery.com

creadit by http://www.artgazine.com/shoutouts/viewtopic.php?t=2187